เลือกเครื่องปั่นยังไงให้มีคุณภาพ

เครื่องปั่น

               เครื่องปั่นที่ดีต้องดูยังไง ตอนนี้ใครกำลังมองหาซื้อ “เครื่องปั่น” ดีๆไว้สักเครื่องอยู่กันบ้างคะ เป็นเรื่องปกตินะคะสำหรับใครที่อยากได้เครื่องปั่นแต่ยังไม่รู้ว่าวิธีในการเลือกซื้อเลยว่าถ้าอยากได้เครื่องปั่นที่มีคุณภาพนั้นจะต้องดูจากอะไร ซึ่งปกติแล้วแทบทุกบ้านนั้นจะต้องมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เอาไว้ทำอาหาร และเครื่องปั่นก็เป็นหนึ่งในนั้นที่แทบทุกบ้านจะต้องมี

               เนื่องจากในปัจจุบันนั้นเครื่องปั่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะใช้ทำเครื่องดื่ม ใช้ทำอาหาร เป็นต้น แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าเครื่องปั่น เครื่องคั้น หรือเครื่องบด ทั้งสามอย่างที่กล่าวมานั้นใช่เครื่องเดียวกันรึเปล่า จริงๆแล้วถ้าฟังแบบผิวเผินนั้นก็อาจจะคล้ายๆกัน แต่บางคนอาจจะคิดว่าเจ้าเครื่องพวกนี้คงหน้าตาเหมือนกันก็ได้ แต่จริงๆแล้วอุปกรณ์เหล่านี้นั้นต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งหน้าตาและวัตถุประสงค์ของการทำงาน ยกตัวอย่างนะคะ ถ้าพูดถึงเครื่องปั่น เครื่องปั่นจะมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเบลนเดอร์ ( Blender) ซึ่งเจ้าเครื่องปั่นนี้จะใช้สำหรับปั่นผลไม้หรือผักต่างๆโดยจะหั่นผักหรือจะหั่นผลไม้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นให้เป็นน้ำผักผลไม้ ต่อมาในส่วนของเครื่องคั้นนั้นจะคล้ายตรงกับเครื่องปั่นที่จะเอาผลไม้และผักมาคั้นเหมือนกันนะคะ แต่กรณีในการคั้นนั้นเราไม่ต้องหั่นผลไม้ให้เป็นชิ้นเล็กๆเลย เพียงแค่เราใช้วิธีการใส่ผักผลไม้ลงไปในเครื่องคั้น หลังจากนั้นเครื่องคั้นก็จะบีบคั้นผักผลไม้ที่เราใส่ลงไปออกมาเป็นน้ำผักผลไม้ และในส่วนของเครื่องบดนั้นมีไว้สำหรับใช้บดส่วนผสมวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ถูกหั่นมาแบบหยาบๆแค่ไหน ก็สามารถช่วยบดละเอียดได้ตามอย่างที่ใจคุณต้องการ

แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องปั่นที่มีประสิทธิภาพอยู่นั้น และยังเกิดคำถามว่าควรจะซื้อยังไง แบบไหน ต้องซื้อราคาแพงรึเปล่าเราถึงจะได้ของดีๆ หรือว่าดูที่แบรนด์เป็นหลักว่าแบรนด์ไหนดังก็ควรจะซื้อแบรนด์นั้น วันนี้เราจึงมีทริคง่ายๆ ในการเลือกซื้อเครื่องปั่นมาฝากกันค่ะ

เคล็ดลับเบื้องต้นในการเลือกซื้อเครื่องปั่นแบบมีประสิทธิภาพ

ควรดูกำลังวัตต์ให้เหมาะสม

   หากใครที่ชื่นชอบหรือโปรดปรานที่จะรับประทานน้ำผลไม้เป็นพิเศษ แถมยังชอบที่นำผลไม้ไปปั่นนั้นก็ควรที่จะเลือกเครื่องปั่นที่มีพลังสูง ซึ่งการที่จะดูพลังของเครื่องปั่นนั้นจะต้องดูจากกำลังวัตต์เป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกำลังวัตต์นั้นจะอยู่ที่ 180 วัตต์ จนถึง 900 วัตต์เลย สังเกตเลขวัตต์ดีๆนะคะ ยิ่งเลขวัตต์มากเท่าไหร่ก็จะสามารถมีพลังในการปั่นผักผลไม้ออกมาได้อย่างละเอียดและเนียนมากขึ้นนั่นเอง

• รูปทรงใบมีด

   เนื่องจากใบมีดของเครื่องปันนั้น มี 2 แบบ นั่นก็คือใบมีดทรงคลื่นหรือทรงฟันหยักและใบมีดทรงแบน ซึ่งใบทรงคลื่นหรือทรงฟันหยักนั้นสามารถใช้ปั่นของแข็งๆได้ เช่น น้ำแข็ง ถั่วชนิดต่างๆ เนื่องจากใบมีดชนิดนี้มีพลังงานปั่นที่สูง เหมาะกับการใช้ปั่นผักผลกไม้ หรือจะทำน้ำเป็นน้ำสมูทตี้ ( Smoothie) ก็ยังได้ แต่ในขณะที่ใบมีดทรงแบนนั้นจะเหมาะสำหรับการผสมเนื้อบดให้เข้ากันหรือสำหรับสับหั่นผัก และใบมีดทรงแบนนั้นยังสามารถเอาออกมาลับให้คมได้อีกด้วย คล้ายๆกับการลับมีดทำครัวทั่วๆไปเลย ซึ่งไม่ต้องกังวลเลยว่าเวลาใช้งานไปสักพักแล้วใบมีดมันเริ่มทื่อ เพราะเราสามารถนำใบมีดออกมาลับได้อย่างสบายๆ

• ความจุ

   แต่ละเครื่องปั่นนั้นจะมีความจุที่แตกต่างกันค่ะ หากเราจะเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งาน เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราซื้อมาปั่นในปริมาณที่เยอะไหม ถ้าจะปั่นน้ำผลไม้ทานทั้งครอบครัวเราก็ควรเลือกปริมาณความจุของโถประมาณ 600 มิลลิลิตร แต่ถ้าเราจะปั่นน้ำผลไม่ให้กับตัวเองรับประทานเพียงคนเดียวนั้น เราก็ควรเลือกแค่ประมาณ 200 มิลลิลิตรก็คงจะเพียงพอแล้วล่ะค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะกับข้อมูลในการซื้อเครื่องปั่นสักชิ้น มันไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะคะกับการที่จะตัดสินใจซื้อในครั้งนี้ หวังว่าเคล็ดลับดีๆที่เราเขียนบอกนั้นจะช่วยให้ใครหลายๆคนสามารถตัดสินใจที่จะซื้อเครื่องปั่นได้อย่างสบายใจนะคะ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *