โสมเกาหลีนั้นมีดีอย่างไร

ถ้าจะให้พูด “โสม” นั้นล่ะก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีใครจะไม่รู้จักโสม สิ่งแรกที่ใครๆนึกถึงเสมอเมื่อเราได้ยินใครพูดถึงโสมนั้น คือ “โสม”เป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงที่เลื่องลือกันว่าสามารถรักษาโรคต่างๆได้ แถมยังช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรง มีแต่คนบอกว่าเรานั้นควรจะกินโสมไว้เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยต่างๆ เนื่องจากโสมเป็นยารักษาโรคชั้นดีที่ใครๆต่างก็อยากจะรับประทานกันทั้งนั้น

จะบอกว่าโสมนั้นเป็นสมุนไพรโบราณของของโลกตะวันออก พูดง่ายๆเรียกว่าโสมมีค่ามากกว่าทองคำซะอีก เนื่องจากโสมนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นอายุวัฒนะที่แท้จริง ในสมัยก่อนนั้นการที่จะรับประทานโสมได้ก้มีแค่ราชากับชนชั้นสูงเท่านั้นนะคะ คนธรรมดาทั่วไปแบบสามัญชนก็อย่าหวังว่าจะได้มีสิทธิในการรับประทานเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโสมถึงมีราคาที่แพง เพราะจริงๆแล้วโสมเป็นสมุนไพรหายาก ในส่วนของราคานั้นก็มีความแพงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แพงมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันก็ยังแพงอยู่ ซึ่งแหล่งกำเนิดขอโสมนั้นมีการกำเนิดจากเอเชีย ซึ่งถูกบันทึกไว้ในตำรับยาแพทย์แผนจีนเมื่อหลายพันปีก่อน ซึ่งนานมากจริงๆ แล้วเขาก็มีความเชื่อกันว่าโสมในยุคแรกๆที่มีการนำมาใช้นั่นก็คือโสมป่า ซึ่งโสมป่าที่ขุดได้จากทางตอนเหนือของจีนนั้นจะสังเกตได้จากส่วนรากของโสม รากของมันจะมีรูปร่างที่คล้ายๆกับคน ต่อมามีการใช้โสมกันอย่างแพร่หลายออกไปยังประเทศเกาหลี รวมถึงยังมีหลากหลายพันธุ์จากฝั่งอเมริกา ในปัจจุบันนั้นโสมป่าเป็นของที่หายากมากเหลือเกิน ถ้าจะหาโสมป่าในยุคปัจจุบันนี้คงจะหาแทบไม่ได้แล้วตามประเทศจีนหรือเกาหลี นี่เป็นเหตุผลหลักๆที่ทำให้โสมป่าหรือโสมธรรมชาตินั้นถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่ามากและมีราคาสูงกว่าสมุนไพรชนิดอื่นๆ

ถ้าจะให้อธิบายในส่วนของของการกระบวนการปลูกของสมุนไพรโสมที่มีความยุ่งยากเหลือเกิน ถ้าจะพูดถึงในเรื่องเชิงพาณิชย์นั้น แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีการปลูกโสมจากหลากหลายประเทศ แต่สมุนไพรโสมนั้นก็จัดเป็นพืชล้มลุกที่มีความยากในการปลูก  เนื่องจากการปลูกโสมนั้นจะต้องมีสภาพอากาศที่สม่ำเสมอในเรื่องของความเย็น และต้องไกลจากทะเล น้ำกับดินนั้นจะต้องไม่มีมลพิษใดๆ ลำดับต้นสูงประมาณ 1 เมตร ในส่วนของรากนั้นต้องลึก 1 ฟุต นิยมปลูกในฝั่งเอเชียและทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน รวมถึงในประเทศเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ นอกจากจะให้ความสำคัญกับสถานที่แล้ว การปลูกโสมทั้งทีนั้นต้องใช้เวลาถึง 6 ปีกันเลยทีเดียวถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ และพื้นที่ที่เคยปลูกโสมนั้นจะต้องปล่อยทิ้งไว้ 15 ปิ ห้ามปลูกโสมซ้ำพื้นที่เดิมถ้ายังไม่ถึงเวลากำหนด และระหว่างที่เว้นไว้ 15 ปีนั้นจะต้องปลูกพืชอย่างถั่วเหลือง เพื่อที่จะคืนความสมบูรณ์ให้แก่ที่ดินแปลงนั้น เนื่องจากรากโสมนั้นได้ดูดสารอาหารรวมถึงแร่ธาตุต่างๆไปจากที่ดินอย่างมากมาย นี่คงเป็นสาเหตุว่าทำไมต้องหาพืชอย่างถั่วเหลือนั้นมาปลูก

มาพูดถึงอาหารที่มีโสมเป็นส่วนผสมกันดีกว่า ถ้าใครชื่นชอบการดูซีรีย์เกาหลีเรื่องดังอย่างแดจังกึมนั้น หลายๆคนอาจจะเคยได้ดูฉากที่นางเอกได้ทำเมนูไก่ตุ๋นโสมแน่นอน ซึ่งไก่ตุ๋นโสมนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ซึ่งการทำไก่ตุ๋นโสมนั้นจะต้องนำไก่ทั้งตัวไปต้มพร้อมยัดไส้ด้วยข้าวหนียว กระเทียม พุทรา โสม เม็ดแปะก๊วย หลังจากนั้นก็เริ่มทำการตุ๋นอย่างเป็นเวลานานจนได้น้ำซุปที่มีความหอมและเต็มไปด้วยคุณค่าที่มาจากโสมและสมุนไพรนานาชนิด

ถ้าใครอยากลองทำไก่ตุ๋นโสมนั้นก็ลุยเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าเมนูนี้จะทำยากเลย ถ้าที่บ้านของคุณมีหม้อตุ๋นไฟฟ้าอยู่แล้วนั้นก็สามารถเอามาทำเมนูนี้ได้อย่างไม่ยาก แต่ถ้าบ้านใครยังไม่มีหม้อตุ๋นไฟฟ้า แล้วยังอยากจะมีหม้อตุ๋นไฟฟ้าเอาไว้ครอบครองเพื่อที่จะลองทำเมนูไก่ตุ๋นโสมดูก็รีบไปจับจองซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปเลยนะคะ นอกจากคุณจะทำเมนูไก่ตุ๋นโสมได้แล้วนั้น การมีหม้อตุ๋นไฟฟ้าก็ยังสามารถทำเมนูอื่นได้อีกมากมาย มีเอาไว้ติดบ้านรับรองได้ใช้งานแน่นอน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *