กำเนิดสุกียากี้

               ไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่รู้จักเมนู สุกียากี้ (Sukiyaki) และที่มาของชื่อ “สุกียากี้” ก็มาจากประเทศที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศเราเลยค่ะ นั่นคือประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งสุกียากี้นั้นมีต้นฉบับมาจากญี่ปุ่น เราเชื่อว่าถ้าใครได้ไปลองชิมรสชาติสุกียากี้แบบแท้ๆที่เป็นต้นตำรับน้ำนั้น แทบทุกคนจะบอกว่ารสชาตินั้นแตกต่างและไม่เหมือนสุกียากี้ที่เราเคยกินกันเหมือนในประเทศไทย อาจจะเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับรสชาติสุกียากี้แบบไทยๆกันมากกว่า

               วันนี้เรามารู้จักสุกียากี้ที่เป็นแบบต้นตำรับฉบับของแท้จากประเทศญี่ปุ่นกันดีกว่าค่ะ สุกียากี้เป็นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์มากๆและมีรสชาติที่เฉพาะแบบไม่ซ้ำใคร เรียกได้ว่าสุกียากี้เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งเนื้อสัตว์ที่ว่านี้คือเนื้อหมูกับเนื้อวัวนะคะ และสิ่งที่เด่นชัดที่สุดของสุกียากี้ที่เป็นฉบับต้นตำรับประเทศญี่ปุ่นคือรสชาติค่ะ เพราะรสชาติสุกียากี้แท้ๆนั้นจะมีความหวานผสมความเผ็ดๆและมีความกลมกล่อมจากโชยุกับน้ำตาลที่มีความผสมผสานกับรสชาติของเนื้อสัตว์ได้อย่างลงตัว รวมถึงยังมีส่วนประกอบอื่นๆซึ่งจริงๆแล้วปกติจะมีเต้าหู้, หัวหอม และเส้นบุก เป็นต้น โดยที่จะนำสิ่งเหล่านั้นมาต้มกับน้ำซุปให้สุกและรับประทานด้วยการจิ้มกับไข่ดิบ และอีกทั้งสุกียากี้นั้นได้รับความนิยมรับประทานกันในภูมิภาคคันโตและภูมิภาคคันไซค่ะ  สุกียากี้จึงเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเช่นเดียวกับอาหารจำพวกซูชิหรือเทมปุระนั่นเอง

               คำว่า “สุกียากิ” นั้นเกิดขึ้นในหมู่ชาวไร่ชาวนาในสมัยเอโดะ เมื่อพวกเขากำลังทำงานอยู่แล้วเกิดมีอาการหิวมา พวกชาวไร่ชาวนาก็จะเอาเสียมที่ใช้ขุดดิน และคำว่าขุดในภาษาญี่ปุ่นนั้นเรียกกว่า “สุกิ” ค่ะ ซึ่งจะมาใช้แทนตัวตะแกรงย่างเพื่อที่จะทำเป็นเครื่องปิ้งย่างเต้าหู้หรือปลาที่หามาได้และนำไปรับประทานกันเพื่อแก้หิว อาจจะเป็นเพราะพวกชาวไร่ชาวนานั้นคงกำลังตั้งใจทำงานอย่างขมักเขม้นและระหว่างทางคงจะเกิดความหิวกัน แถมยังไม่มีเวลาไปหาอุปกรณ์จำพวกตะแกรงสำหรับปิ้งย่างอีก พวกเขาจึงเลือกที่จะใช้อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้มือ นั่นคือเสียมนั่นเอง และในภาษาญี่ปุ่นของคำว่า “ปิ้ง” หรือ “ย่าง” นั้นจะเรียกว่า “ยากิ” และนี่ก็คือที่มาของคำว่า “สุกียากิ” แต่ว่าอีกบางแหล่งข้อมูลนั้นได้ออกมาอธิบายของคำว่า “สุกียากิ” ว่ามาจากการแล่เนื้อปลาให้มีความบางๆ ซึ่งการทำแบบนี้เรียกว่า “สุกิมิ” และไปๆมาๆจึงกลายเป็นเรียกกันว่า “สุกียากิ” กันในที่สุด และการที่เรียกชื่อ “สุกียากิ”นั้นจะถูกใช้เรียกในของภูมิภาคคันไซ แต่ในส่วนของภูมิภาคคันโตจะเรียกว่า “กิวนาเบะ“ ที่หมายถึงหม้อไฟเนื้อวัวนั่นเองค่ะ แต่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ก็จะใช้คำว่า “สุกียากิ” ที่เหมือนกันทั้งหมด

               ในเรื่องของความเป็นสุกียากิสไตล์คันไซและสุกียากิสไตล์คันโตนั้นมีวิธีการปรุงที่แตกต่างกันนะคะ ในส่วนของสุกียากิสไตล์คันไซนั้น อย่างแรกจะต้องผัดเนื้อก่อนเลยค่ะ แล้วถึงค่อยปรุงรสด้วยโชยุและน้ำตาล จากนั้นถึงจะเติมผักลงไปโดยที่ไม่มีการทำซอส และถ้าเมื่อสุกแล้วถึงจะเติมน้ำหรือเหล้าลงไปค่ะ จากนั้นปรุงรสชาติให้กลมกล่อม แต่ในส่วนสุกียากิสไตล์คันโตนั้นจะต้องมีการรินเหล้า, โชยุ, น้ำส้มสายชู และน้ำตาล เป็นต้น และจะต้มเนื้อกับผักไปพร้อมๆกันค่ะ เป็นไงล่ะคะวิธีที่แตกต่างกัน ถึงขั้นว่าสมัยก่อนแม่บ้านในแถบคันโตและแม่บ้านในแถบคันไซนั้นถึงกับไม่ลงรอยกันในเรื่องวิธีการทำสุกิยากิ แต่ส่วนตัวไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ตาม ยังไงก็มีรสชาติอร่อยเหมือนกันค่ะ

               เป็นไงบ้างล่ะคะสำหรับเมนู “สุกียากี้” นั้น พอยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากลิ้มลองกินกันแล้วใช่ไหมคะ จริงๆแล้วการทำสุกียากี้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย ใครๆก็สามารถทำได้ เพียงแค่คุณมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเช่นเตาไฟฟ้า และเตาไฟฟ้าสมัยนี้ก็มีแบบพกพาได้ง่ายมาก เพียงแค่นี้ก็สามารถทำเมนูสุกียากี้นี้ได้แล้ว ซึ่งเตาไฟฟ้าสมัยนี้ไม่ได้ราคาสูงแบบเมื่อก่อนแล้วนะคะ สำหรับบ้านใครที่เป็นคอนโดหรือนักศีกษาที่อยู่หอแล้วไม่มีห้องครัวในการทำอาหาร การมีเตาไฟฟ้าก็สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการทำอาหารของคุณได้อย่างมากเลย แนะนำเลยถ้ามีเตาไฟฟ้าสักเครื่องติดไว้ที่บ้านถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *